กรณีศึกษาการรักษาด้วยวีเนียร์เฟลด์สปาร์
สวัสดีครับ ผมคือ ทพ. พัค จงอุค ผู้อำนวยการคลินิกทันตกรรมดรีม
วัสดุที่ใช้ทำวีเนียร์มีความหลากหลายอย่างมาก
เมื่อกว่า 20 ปีก่อน มีเพียงวัสดุชนิดเดียวที่เรียกว่าเฟลด์สปาร์เท่านั้น
เพราะจัดการได้ยากมาก
หากไม่ใช่กรณีที่พิเศษจริงๆ ก็จะไม่ทำวีเนียร์
แต่ด้วยความใสที่ดีที่สุด
และสามารถแสดงออกได้หลากหลาย
จึงถือเป็นเซรามิกที่สุดยอดที่สุดในแง่ความสวยงาม
อีกทั้งยังสามารถทำให้บางที่สุดได้
จึงกรอฟันได้น้อยที่สุดด้วย
แต่ถึงจะมีข้อดีเหล่านี้ ดังที่กล่าวไปข้างต้น
ก็ยังมีปัญหาคือจัดการยากมากเช่นกัน
จุดเปลี่ยนที่ทำให้การรักษาด้วยวีเนียร์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
มีอยู่สองประการ
ประการหนึ่งคือการเปิดตัวของเซรามิกที่เรียกว่า e-max
ที่แข็งแรงมาก
มีข้อดีคือใสสวยและแข็งแรง อีกทั้งยังสามารถเติมรายละเอียดบางส่วนเข้าไปได้
อีกประการหนึ่งคือวิธีการกลึงด้วยคอมพิวเตอร์ (Milling)
ซึ่งการผลิตนั้นเรียบง่ายมาก
แต่ไม่ค่อยเข้ากับฟันดี และแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะใส่รูปทรงหรือรายละเอียด
ผลลัพธ์ส่วนใหญ่จึงดูประดิษฐ์อย่างมาก
ด้วยข้อดีเพียงข้อเดียวคือรักษาเสร็จภายในหนึ่งถึงสองวัน
จึงมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์กันอย่างมากมาย
ทั้งสองวิธีเริ่มถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายตั้งแต่ 10-15 ปีก่อน
ในบรรดาสองวิธีนี้ วิธีที่ใช้ e-max เป็นฐานแล้วเสริมด้วยกระบวนการบิลด์อัพด้วยเฟลด์สปาร์
ซึ่งเป็นวิธีที่ผสานความแข็งแรงและความสวยงามไว้ด้วยกัน
ถือได้ว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด
และยังเป็นวิธีที่คลินิกทันตกรรมดรีมของเราใช้บ่อยที่สุดด้วย
จุดเด่นของวัสดุใหม่ๆ
คือขั้นตอนการผลิตที่สะดวกขึ้น
แม้ว่าวิธีเฟลด์สปาร์จะเป็นวัสดุที่ดีที่สุดในแง่ความสวยงาม
แต่คนที่สามารถใช้วัสดุนี้ได้กลับลดน้อยลงเรื่อยๆ
แม้แต่ในหมู่ทันตแพทย์และช่างทันตกรรมด้วยกันเอง
หากพูดถึงวีเนียร์เฟลด์สปาร์
ส่วนใหญ่ก็ไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ
ข้อดีคือ ยิ่งกระบวนการผลิตยากเท่าไร
ผลลัพธ์ก็ยิ่งโดดเด่นแน่นอนเท่านั้น
ไม่ใช่ทุกกรณีที่จำเป็นต้องใช้วีเนียร์เฟลด์สปาร์
ข้อดีที่สุดของวีเนียร์เฟลด์สปาร์
คือใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติมากที่สุด
ด้วยเหตุนี้จึงมักใช้ในกรณีที่ทำวีเนียร์เพียงหนึ่งหรือสองซี่
แล้วต้องปรับให้เข้ากับฟันธรรมชาติที่เหลืออยู่
ในกรณีที่ทำวีเนียร์ตั้งแต่ 4 ซี่ขึ้นไปพร้อมกัน
จะแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างจากวิธี e-max ร่วมกับบิลด์อัพมากนัก
มีผู้ป่วยที่ฟันหน้ามีรอยร้าวมาพบ
ฟันธรรมชาติซี่อื่นๆ ไม่มีปัญหาเลย
มีเพียงสองซี่เท่านั้นที่เกิดรอยร้าว
และเกิดคราบสีจนทำให้เกิดปัญหาด้านความสวยงาม
อีกทั้งยังมีช่องว่างสามเหลี่ยมสีดำ (Black Triangle) อยู่ด้วย
จึงต้องการทำวีเนียร์เพียงสองซี่เท่านั้น
วิธีที่ปกปิดส่วนที่เปลี่ยนสีเหล่านั้นได้
พร้อมทั้งกรอฟันน้อย
และยังเข้ากันได้อย่างกลมกลืนกับฟันธรรมชาติซี่อื่นๆ ก็คือ
วีเนียร์เฟลด์สปาร์นั่นเอง
ได้ทำการกรอฟันตามหลักตำราสำหรับวีเนียร์อย่างเคร่งครัด
ด้านหน้าฟันกรอประมาณ 0.3 มม. และกรอประมาณ 0.1-0.2 มม. เมื่อเข้าใกล้แนวเหงือก
ระหว่างซี่ฟันต้องกรอมากกว่านี้เล็กน้อย
เพื่อให้เซรามิกสามารถโอบรับฟันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
จะแสดงขั้นตอนการผลิตวีเนียร์เฟลด์สปาร์ให้ชมผ่านวิดีโอ
แม้ในวิดีโอจะดูสั้น
แต่ในความเป็นจริงขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์
ทุกขั้นตอนต้องผ่านการเผาในเตาเผาเหมือนการเผาเครื่องปั้นดินเผา
เป็นวิธีที่คล้ายคลึงกับการที่ช่างฝีมือเครื่องปั้นดินเผา
สร้างเครื่องปั้นดินเผาขึ้นมาแทบทุกประการ
เนื่องจากความหนาอยู่ที่ระดับ 0.3 มม.
จึงมีความยากสูงมากจนผลิตได้ยาก
และนี่คือที่มาของวีเนียร์เซรามิกที่บางเป็นพิเศษเช่นนี้
เมื่อเทียบกับฟันธรรมชาติซี่ข้างเคียง
แทบแยกไม่ออกเลยว่าซี่ไหนคือวีเนียร์ ซี่ไหนคือฟันธรรมชาติ
การแสดงออกที่ซับซ้อนและหลากหลายอย่างมากของฟันธรรมชาติ
ถูกบรรจุไว้ทั้งหมดในความหนาเพียง 0.3 มม.
เพราะเป็นวีเนียร์ที่ผลิตขึ้นผ่านกระบวนการที่ยากลำบากเช่นนี้
จึงถูกเรียกว่าเป็นวีเนียร์ขั้นสุดยอดด้วย
แม้จะเป็นวิธีเก่าแก่ แต่ก็เป็นวีเนียร์ที่สวยงามที่สุด
เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ยาวนานและต้องอาศัยความชำนาญและองค์ความรู้อย่างมาก
จึงแทบไม่มีคลินิกทันตกรรมใดที่ทำได้
Since 2006, คลินิกทันตกรรมดรีม
บทความนี้เป็นบันทึกทางคลินิกที่ ทพ. พัค จงอุค แห่งคลินิกทันตกรรมดรีม คังนัม เขียนขึ้นในห้องตรวจ โดยต้นฉบับเผยแพร่บนบล็อกของคุณหมอ ภาพที่ปรากฏเป็นเคสจริงที่คุณหมอรักษาเอง ผลการรักษาแตกต่างกันตามสภาพช่องปากของแต่ละบุคคล และทุกหัตถการมีความเป็นไปได้ของความแตกต่างระหว่างบุคคลและผลข้างเคียง