การฟอกสีฟัน
ฟอกสีฟันที่คลินิก เห็นการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว
ฟอกสีฟันที่บ้าน ค่อย ๆ ดูแลอย่างต่อเนื่อง
การฟอกสีฟันเป็นการรักษาที่ช่วยปรับสีของฟันที่เหลืองโดยธรรมชาติ หรือฟันที่มีคราบสีจากกาแฟ ชา และการสูบบุหรี่ โดยเลือกวางแผนระหว่างการฟอกสีฟันที่คลินิกซึ่งทำแบบเข้มข้น กับการฟอกสีฟันที่บ้านด้วยถาดฟอกสีฟันเฉพาะบุคคล ให้เหมาะกับสภาพช่องปากและตารางเวลาที่ต้องการ
ESTHETIC CARE Teeth Whitening
การฟอกสีฟันคืออะไร?
แทนที่จะกรอฟันหรือครอบฟันด้วยวัสดุบูรณะ การฟอกสีฟันใช้น้ำยาทาลงบนผิวฟันเพื่อทำให้คราบสีจางลงและช่วยให้สีฟันดูสว่างขึ้น โดยเริ่มจากการตรวจหาสาเหตุของคราบสี สภาพฟันและเหงือก สีปัจจุบันและสีเป้าหมาย หากเป็นการเปลี่ยนสีที่เริ่มจากภายในตัวฟันซึ่งอาจตอบสนองต่อการฟอกสีได้จำกัด จะพิจารณาวิธีการรักษาอื่นควบคู่กันด้วย
Professional vs At-Home
ฟอกสีฟันที่คลินิกกับที่บ้าน ต่างกันอย่างไร?
การฟอกสีฟันที่คลินิกใช้จำนวนครั้งที่มาคลินิกค่อนข้างน้อย ส่วนการฟอกสีฟันที่บ้านใช้น้ำยาความเข้มข้นต่ำดูแลอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หากจำเป็นสามารถทำทั้งสองวิธีร่วมกัน เพื่อให้การเปลี่ยนสีในช่วงแรกและการดูแลรักษาสีในระยะยาวเสริมซึ่งกันและกัน
| หัวข้อ | ฟอกสีฟันที่คลินิก | ฟอกสีฟันที่บ้าน |
|---|---|---|
| วิธีการ | ทำที่คลินิกโดยใช้น้ำยาสำหรับมืออาชีพ หลังการตรวจวินิจฉัยและขั้นตอนปกป้องเนื้อเยื่อ | ใส่น้ำยาความเข้มข้นต่ำในถาดฟอกสีฟันเฉพาะบุคคล และใช้ตามเวลาที่ได้รับคำแนะนำ |
| ระยะเวลา | โดยทั่วไป 1–2 ครั้ง ขึ้นกับระดับคราบสี | ทุกวันหรือวันเว้นวัน เป็นเวลา 2–4 สัปดาห์ |
| ความเร็วของการเปลี่ยนแปลง | วางแผนให้สีเปลี่ยนได้ค่อนข้างเร็ว | ค่อย ๆ ดูแลให้เปลี่ยนไปตามเวลา |
| ลักษณะการใช้งาน | เหมาะจะพิจารณาเมื่อมีกำหนดการใกล้เข้ามา | ใช้เพื่อคงผลหลังฟอกที่คลินิก หรือดูแลคราบสีที่กลับมาซ้ำ |
| อาการเสียวฟัน | ปรับขั้นตอนปกป้องและน้ำยาตามสภาพฟัน | น้ำยาความเข้มข้นต่ำช่วยลดภาระ หากเสียวฟันให้หยุดใช้และปรึกษาทันตแพทย์ |
Professional Process
ฟอกสีฟันที่คลินิก 8 ขั้นตอน
ขั้นตอนและจำนวนครั้งอาจแตกต่างกันตามสภาพฟันและระดับคราบสี โดยทั่วไปวางแผนที่ 1–2 ครั้ง
- 01
ตรวจวินิจฉัยก่อนฟอกสีฟัน
ตรวจหาสาเหตุและระดับของคราบสี สภาพฟันและเหงือก สีฟันปัจจุบัน และอาการเสียวฟัน
- 02
ขูดหินปูน
หากจำเป็น จะกำจัดหินปูนและคราบสะสมบนผิวฟันก่อน
- 03
ทาผลิตภัณฑ์ปกป้องริมฝีปาก
ทาผลิตภัณฑ์เพื่อปกป้องริมฝีปากและเนื้อเยื่ออ่อนโดยรอบ
- 04
ทาน้ำยาฟอกสีฟันสำหรับมืออาชีพ
หลังปกป้องเหงือกแล้ว ทาน้ำยาที่เหมาะกับสภาพฟัน
- 05
ขัดผิวฟัน
เก็บรายละเอียดผิวฟันและกำจัดน้ำยาที่ตกค้างให้สะอาด
- 06
ขั้นตอนปกป้องตัวฟัน
ทำการปกป้องเพิ่มเติมตามสภาพฟัน เพื่อช่วยลดอาการเสียวฟัน
- 07
ทาผลิตภัณฑ์ปกป้องริมฝีปากอีกครั้ง
หลังการรักษา ดูแลและปกป้องริมฝีปากกับเนื้อเยื่อโดยรอบอีกครั้ง
- 08
ตรวจสีฟันและแนะนำการดูแล
ตรวจสีฟันที่เปลี่ยนไป พร้อมแนะนำการป้องกันคราบสีใหม่และวิธีรับมือเมื่อเสียวฟัน
At-Home Process
ฟอกสีฟันที่บ้าน 8 ขั้นตอนการใช้งาน
การฟอกสีฟันที่บ้านใช้ถาดฟอกสีฟันเฉพาะบุคคลกับน้ำยาความเข้มข้นต่ำ โดยทั่วไปทำทุกวันหรือวันเว้นวันเป็นเวลา 2–4 สัปดาห์ เวลาและปริมาณการใช้ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของทีมทันตแพทย์
- 01
แปรงฟันให้สะอาดทั่วถึง
แปรงฟันทุกซอกทุกมุมก่อนฟอกสี เพื่อกำจัดเศษอาหารและคราบบนผิวฟัน
- 02
เช็ดผิวฟันให้แห้ง
ใช้ผ้าก๊อซหรือผ้าสะอาดที่แห้งเช็ดความชื้นบนผิวฟัน
- 03
ใส่น้ำยาลงในถาด
ใส่น้ำยาฟอกสีฟันตามปริมาณที่ได้รับคำแนะนำลงด้านในถาด
- 04
ใส่ถาดฟอกสีฟัน
ใส่ถาดให้พอดีกับฟัน และเช็ดน้ำยาส่วนที่ล้นออกมา
- 05
แปรงฟันเมื่อครบเวลาที่กำหนด
เมื่อผ่านการใช้ระหว่างนอนหลับหรือครบเวลาที่แนะนำ ให้ถอดถาดออกและทำความสะอาดช่องปากให้ทั่ว
- 06
ตรวจดูผิวฟัน
แปรงไม่ให้มีน้ำยาตกค้างบนผิวฟัน แล้วสังเกตอาการเสียวฟันหรือการระคายเคืองเหงือก
- 07
ล้างถาดด้วยน้ำเย็น
ล้างด้วยน้ำเย็นไหลผ่านแทนน้ำร้อน เพื่อป้องกันถาดเสียรูป
- 08
ผึ่งให้แห้งและเก็บในกล่องเฉพาะ
ผึ่งถาดให้แห้งสนิท แล้วเก็บไว้ในกล่องเฉพาะสำหรับถาดฟอกสีฟัน
Indications
การฟอกสีฟันเหมาะกับกรณีใดบ้าง?
กรณีต่อไปนี้สามารถพิจารณาการฟอกสีฟันได้ โดยจะตรวจฟันผุ โรคเหงือก วัสดุบูรณะ และสาเหตุของการเปลี่ยนสีก่อน แล้วจึงเลือกวิธี
- ฟันมีสีเหลืองโดยธรรมชาติ และต้องการให้ฟันดูสว่างขึ้น
- มีคราบสีบนผิวฟันชัดเจนจากกาแฟ ชา ไวน์ หรือการสูบบุหรี่
- กังวลเรื่องสีฟันในชีวิตประจำวัน หรือต้องการสีฟันที่สว่างกว่าปัจจุบัน
- ต้องการดูแลสีฟันที่เปลี่ยนไปหลังจัดฟันหรือตามอายุที่มากขึ้น
- มีกำหนดการสำคัญใกล้เข้ามา เช่น งานแต่งงานหรือการสมัครงาน จึงพิจารณาฟอกสีฟันที่คลินิก หรือฟอกสีฟันที่บ้านแล้วยังไม่ได้ผลเท่าที่ต้องการ
- ต้องการคงสีฟันหลังฟอกที่คลินิก หรือกังวลเรื่องเสียวฟันจึงวางแผนฟอกสีฟันที่บ้านแบบค่อยเป็นค่อยไป
คราบสีที่เกิดบนผิวฟันจากกาแฟ ชา หรือการสูบบุหรี่ สามารถดูสว่างขึ้นได้ด้วยการฟอกสีฟัน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนสีที่เริ่มจากภายในตัวฟัน เช่น จากยา ความเสียหายของโพรงประสาทฟันหรือการรักษารากฟัน และฟันตกกระ อาจตอบสนองได้จำกัด ในกรณีนี้ โปรดดูข้อมูลการเปลี่ยนสีที่ฟอกสีฟันได้ยากและการรักษาด้วยวีเนียร์ประกอบ
FAQ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟอกสีฟัน
01 ผลของการฟอกสีฟันอยู่ได้นานแค่ไหน?
ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมที่ทำให้เกิดคราบสี หากดื่มกาแฟ ไวน์ หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ ฟันอาจกลับมามีคราบสีทีละน้อย แนะนำให้บ้วนปากด้วยน้ำหลังดื่มเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดคราบ และดูแลเป็นระยะ (ฟอกสีฟันซ้ำเพื่อคงผล) เพื่อรักษาความสว่างของฟัน
02 ได้ยินว่าฟอกสีฟันแล้วเสียวฟัน จะเป็นอะไรไหม?
ระหว่างและหลังการฟอกสีฟันอาจมีอาการเสียวฟันชั่วคราวได้ คลินิกทันตกรรมดรีมจะตรวจสภาพฟันก่อนฟอกสี พร้อมทำการปกป้องเหงือกและขั้นตอนบรรเทาอาการเสียวฟันร่วมด้วย และหากเสียวฟันค่อนข้างมาก อาจแนะนำการฟอกสีฟันที่บ้านโดยปรับความเข้มข้นและความถี่แทน
03 ควรเลือกฟอกสีฟันที่คลินิกหรือที่บ้านดี?
หากต้องการการเปลี่ยนแปลงเร็ว การฟอกสีฟันที่คลินิกเหมาะกว่า หากต้องการแบ่งเบาภาระและค่อย ๆ ทำ การฟอกสีฟันที่บ้านจะเหมาะสม หรือจะทำทั้งสองแบบร่วมกันเพื่อได้ทั้งความเร็วและการคงผลก็ได้ — ทันตแพทย์จะดูระดับคราบสีและตัดสินใจร่วมกับท่าน
04 มีฟันที่ฟอกสีไม่ได้ผลหรือไม่?
มี การเปลี่ยนสีที่เริ่มจากภายในตัวฟัน เช่น คราบสีจากยาเตตราไซคลิน การเปลี่ยนสีหลังรักษารากฟัน และฟันตกกระ อาจตอบสนองต่อการฟอกสีได้จำกัด กรณีนี้การฟอกสีฟันจากภายในหรือวีเนียร์จะเป็นทางเลือก ซึ่งจะแยกแยะและแนะนำในขั้นตอนการวินิจฉัย
05 ค่าฟอกสีฟันเท่าไร?
ค่าฟอกสีฟันแจ้งไว้ที่ 550,000–880,000 วอน (KRW ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม อ้างอิงปี 2026) และแตกต่างตามรูปแบบโปรแกรม หากทำร่วมกับวีเนียร์ จะฟอกสีฟันก่อนเพื่อกำหนดสีเป้าหมาย แล้วจึงเทียบสีวีเนียร์ให้เข้ากัน
หน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อแนะนำการรักษา การวินิจฉัย วิธีการรักษา และระยะเวลาการรักษาอาจแตกต่างกันตามสภาพช่องปากของแต่ละบุคคล โดยรายละเอียดที่แน่นอนจะแจ้งให้ทราบหลังการตรวจที่คลินิก
วิธีการฟอกสีฟันที่เหมาะกับคราบสีของคุณ
เราจะตรวจสาเหตุของคราบสีและสภาพฟันก่อน แล้วแนะนำระยะเวลา โอกาสเกิดอาการเสียวฟัน และค่าใช้จ่ายของการฟอกสีฟันที่คลินิกและที่บ้าน เปิดรับคิววันธรรมดาถึง 17:30 น. และวันเสาร์ถึง 12:30 น.